กฎมหาเถรสมาคม
ฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๓๖)
ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร 
*************

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ตรี  แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕  แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มหาเถรสมาคมตรากฎมหาเถรสมาคม ไว้ดังต่อไปนี้

                ข้อ ๑  กฎมหาเถรสมาคมนี้ เรียกว่า “กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๓๖)  ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร”

                ข้อ ๒  กฎมหาเถรสมาคมนี้  ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์เป็นต้นไป

                ข้อ ๓  ตั้งแต่วันใช้กฎมหาเถรสมาคมนี้  ให้ยกเลิกกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๐๖)  ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร  บรรดากฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ หรือประกาศอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในกฎมหาเถรสมาคมนี้  หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับกฎมหาเถรสมาคมนี้ให้ใช้กฎมหาเถรสมาคมนี้แทน

                ข้อ ๔  ในกฎมหาเถรสมาคมนี้ “ไวยาวัจกร”  หมายถึง  คฤหัสถ์ผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่ เบิกจ่ายนิตยภัต  และจะมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดได้  ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ

                ข้อ ๕  ไวยาวัจกรผู้ได้รับแต่งตั้งอยู่ก่อนวันใช้กฎมหาเถรสมาคมนี้ให้ถือว่าเป็นไวยาวัจกรตามกฎมหาเถรสมาคมนี้ต่อไป

  

หมวด ๑
การแต่งตั้งไวยาวัจกร

                 ข้อ ๖  คฤหัสถ์ผู้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกร  ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)  เป็นชาย  มีสัญชาติไทย  นับถือพระพุทธศาสนา
(๒)  มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์
(๓)  เป็นผู้มีหลักฐานมั่นคง
(๔)  เป็นผู้มีความรู้ความสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ไวยาวัจกรได้
(๕)  เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามระบอบรัฐธรรมนูญ
(๖)  ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายทุพพลภาพ  ไร้ความสามารถ  หรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือมีโรคเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
(๗)  ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี  เช่น  มีความประพฤติเสเพล  เป็นนักเลงการพนัน  เสพสุราเป็นอาจิณ  หรือติดยาเสพติดให้โทษ
(๘)  ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(๙)  ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หรือองค์การของรัฐบาล  หรือบริษัทห้างร้านเอกชน  ในความผิดหรือมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงิน
(๑๐) ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษจำคุก  เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

ข้อ ๗  ในการแต่งตั้งไวยาวัจกรของวัดใด  ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาสวัดนั้น ปรึกษาสงฆ์ในวัดพิจารณาคัดเลือก

คฤหัสถ์ผู้มีคุณสมบัติตามคฤหัสต์ผู้นั้นเป็นไวยาวัจกร  โดยอนุมัติของเจ้าคณะอำเภอ

                ในการแต่งตั้งไวยาวัจกรตามความในวรรคต้น  เพื่อความเหมาะสมจะแต่งตั้งไวยาวัจกรคนเดียวหรือหลายคนก็ได้

                ในกรณีที่มีไวยาวัจกรหลายคน ให้เจ้าอาวาสมอบหมายหน้าที่การงานตามข้อ ๔  แก่ไวยาวัจกรแต่ละคนเป็นหนังสือ 

หมวด ๒
การพ้นจากหน้าที่ไวยาวัจกร

  ข้อ ๘  ไวยาวัจกรย่อมพ้นจากหน้าที่ เมื่อ

(๑)  ตาย
(๒)  ลาออก
(๓)  พ้นจากความเป็นคฤหัสถ์
(๔)  เจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งหน้าที่
(๕)  ขาดคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งตามความในข้อ ๖
(๖)  ให้ออกจากหน้าที่
(๗)  ถูกถอดถอนออกจาหน้าที่

            ข้อ ๙  ไวยาวัจกรผู้ใดประสงค์จะลาออกจากหน้าที่ก็ย่อมทำได้  เมื่อเจ้าอาวาสสั่งอนุญาตแล้ว  จึงเป็นอันพ้นจากหน้าที่  และให้เจ้าอาวาสรายงานเจ้าคณะอำเภอทราบ

ข้อ ๑๐  ไวยาวัจกรผู้พ้นจากหน้าที่ตามความในข้อ ๘ (๔)  ให้รักษาการในหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งใหม่

ข้อ ๑๑  ไวยาวัจกรผู้ขาดแคลนคุณสมบัติตามความในข้อ ๘ (๕)  ให้เจ้าอาวาสสั่งให้พ้นจากหน้าที่แล้วรายงานเจ้าคณะอำเภอทราบ

            ข้อ ๑๒  ในกรณีที่ไวยาวัจกรหย่อนความสามารถด้วยเหตุใดๆ ในการปฏิบัติหน้าที่  เมื่อเจ้าอาวาสเห็นสมควรให้ออกจากหน้าที่ก็สั่งให้ออกได้ โดยอนุมัติของเจ้าคณะอำเภอ

            ข้อ ๑๓  การถอดถอนไวยาวัจกรออกจากหน้าที่  จะทำได้เมื่อไวยาวัจกรประพฤติมิชอบอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑)  ทุจริตต่อหน้าที่
(๒)  ไม่ปฏิบัติหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง
(๓)  ขัดคำสั่งของเจ้าอาวาส  ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน  เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่วัดอย่างร้ายแรง
(๔)  ประมาทเลินเล่อในหน้าที่เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่วัดอย่างร้ายแรง
(๕)  ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

ในกรณีเช่นนี้  ให้เจ้าอาวาสสั่งถอดถอนไวยาวัจกรผู้นั้นออกจากหน้าที่ โดยอนุมัติของเจ้าคณะอำเภอ

ข้อ ๑๔  ในกรณีที่ไวยาวัจกรพ้นจากหน้าที่ตามความในข้อ ๘ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๗)  ไวยาวัจกรผู้นั้นจะพ้นจากความรับผิด

ชอบในหน้าที่ต่อเมื่อได้มอบหมาย  หน้าที่การงานพร้อมด้วยทรัพย์สินและหลักฐานต่างๆ  ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตน  แก่ผู้รับหน้าที่แทนตนเรียบร้อยแล้ว

การมอบหมายตามความในวรรคแรก  ให้กระทำภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่พ้นจากหน้าที่  ถ้ามิได้มอบหมายภายในกำหนด

ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบตามความในประมวลกฎหมายอาญา

                ข้อ ๑๕  ในกรณีที่ไวยาวัจกรว่างลง  และจะแต่งตั้งทันทีมิได้ ให้เจ้าอาวาสแต่งตั้งผู้รักษาการแทนไวยาวัจกร  และให้ดำเนินการเพื่อให้มีการแต่งตั้งไวยาวัจกรภายในเวลาไม่เกิน ๙๐ วัน

                ผู้รักษาการแทนไวยาวัจกร  ให้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับไวยาวัจกร

 

หมวด ๓
เบ็ดเตล็ด

                ข้อ ๑๖  เมื่อมีการแต่งตั้งไวยาวัจกร  หรือผุ้รักษาการแทนไวยาวัจกรหรือเมื่อไวยาวัจกรพ้นจากหน้าที่ตามความในข้อ ๘

(๑)  ในกรุงเทพมหานคร  ให้เจ้าอาวาสแจ้งไปยังกรมการศาสนา
(๒)  ในจังหวัดอื่น  ให้เจ้าอาวาสแจ้งแก่นายอำเภอ  เพื่อรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมการศาสนา

              ข้อ ๑๗  คำสั่งของเจ้าอาวาสในการแต่งตั้งไวยาวัจกร  หรือผู้รักษาการแทนไวยาวัจกรก็ดี ในการให้ไวยาวัจกรหรือผู้รักษาการแทนไวยาวัจกร พ้นจากหน้าที่ก็ดีให้กระทำเป็นหนังสือ

ตราไว้ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

สมเด็จพระญาณสังวร
(สมเด็จพระญาณสังวร)
สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก
ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม


ตราตั้งไวยาวัจกร


                อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ แห่งกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร  และโดยอนุมัติของเจ้าคณะอำเภอ 

                จึงแต่งตั้งให้ .............................................เป็น................................................

วัด.............................................ตำบล.....................................อำเภอ.....................................

จังหวัด .......................................................................... มีอำนาจหน้าที่ตามความในข้อ ๔

แห่งกฎมหาเถรสมาคมดังกล่าวข้างต้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ............................................พ.ศ. .....................

เจ้าอาวาสวัด......................................................................