ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ว่าด้วยการขอบใจหรืออนุโมทนา พ.ศ. ๒๕๔๙

**************

             โดยที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นเหตุให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ก่อตั้งขึ้นเป็นส่วนราชการไม่อยู่ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ วางระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าด้วยการขอบใจ หรืออนุโมทนาขึ้นใช้บังคับ ดังต่อไปนี้

             ข้อ ๑. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าด้วยการขอบใจ หรืออนุโมทนา พ.ศ. ๒๕๔๙"

             ข้อ ๒.ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
            
ข้อ ๓.ระเบียบใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้บังคับ
            
ข้อ ๔.การบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือ แรงงานไม่ว่าโดยบุคคลหรือคณะบุคคลให้แก่วัด หรือส่วนราชการสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ตอบขอบใจ หรืออนุโมทนาตามแบบท้ายระเบียบนี้ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
            
๔.๑ การบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
            
(ก)ในกรณีบริจาคให้แก่วัด ให้เจ้าอาวาสวัดนั้นลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตร ตอบขอบใจหรืออนุโมทนา และให้รายงานตามลำดับจนถึงเจ้าคณะจังหวัดเพื่อทราบ
            
(ข)ในกรณีบริจาคให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ผู้อำนวยการส่วนราชการระดับกอง สำนัก หรือสำนักงาน ซึ่งได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น ลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตร ตอบขอบใจหรืออนุโมทนา และรายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบ
            
๔.๒ การบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินเกินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
            
(ก)ในกรณีบริจาคให้แก่วัด ให้วัดเสนอเรื่องต่อเจ้าคณะตำบล เพื่อลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา และรายงานตามลำดับจนถึงเจ้าคณะจังหวัดเพื่อทราบ
            
(ข)ในกรณีบริจาคให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้กองกลางรายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อทราบ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตร ตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา
            
๔.๓ การบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินเกินกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท
            
(ก)ในกรณีบริจาคให้แก่วัด ให้เจ้าอาวาสรายงานตามลำดับจนถึงเจ้าคณะจังหวัดเพื่อทราบ และเสนอเรื่องให้เจ้าคณะอำเภอลงนาม ในใบประกาศเกียรติคุณบัตร ตอบขอบใจหรืออนุโมทนา
            
(ข)ในกรณีบริจาคให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้กองกลางรายงานผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อทราบและลงนาม ในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา
            
๔.๔ การบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินตั้งแต่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
            
(ก)ในกรณีบริจาคให้แก่วัด ให้เจ้าอาวาสรายงานตามลำดับจนถึงเจ้าคณะเพื่อทราบ และลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา
            
(ข)ในกรณีบริจาคให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้กองกลางรายงานตามลำดับจนถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ และให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา
            
ข้อ ๕. การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินตามข้อ ๔.๑ ข้อ ๔.๒ ข้อ ๔.๓ หรือ ข้อ ๔.๔ ให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้ดำเนินการ ดังนี้
            
๕.๑ กรณีตามข้อ ๔.๑ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เป็นผู้ลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา และรายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบ
            
๕.๒ กรณีตามข้อ ๔.๒ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา และรายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบ
            
๕.๓ กรณีตามข้อ ๔.๓ ให้รายงานผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา
            
๕.๔ กรณีตามข้อ ๔.๔ ให้รายงานผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา
            
ข้อ ๖.การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้เป็นของศาสนสมบัติกลาง ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติลงนามในใบประกาศเกียรติคุณบัตรตอบขอบใจ หรืออนุโมทนาและให้นำเสนอมหาเถรสมาคมทราบด้วย
            
ข้อ ๗.ในกรณีบริจาคแรงงาน ให้คำนวณค่าแรงงาน เป็นเงินตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฏหมาย
            
ข้อ ๘. การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินมีราคา ตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป ให้ประกาศชื่อผู้บริจาคทางเว็ปไซด์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นเวลาอย่างน้อย ๑ เดือน
            
ข้อ ๙. ให้มีการจัดทำทะเบียนควบคุมการออกประกาศเกียรติคุณบัตร ตาม ทะเบียนแนบท้ายประกาศนี้ โดยให้
            
๙.๑ ให้เจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ ที่เป็นผู้ออกประกาศเกียรติคุณบัตร จัดทำทะเบียนควบคุมการออกประกาศเกียรติคุณบัตร ไว้ในส่วนที่รับผิดชอบ
            
๙.๒ให้ผู้อำนวยการกองกลาง จัดทำทะเบียนควบคุมการออกประกาศเกียรติคุณบัตร ทีออกให้ส่วนราชการที่เสนอผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือนายกรัฐมนตรีตอบขอบใจ หรืออนุโมทนา รวมทั้งการบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินให้เป็นของศาสนสมบัติกลาง
            
๙.๓ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดจัดทำทะเบียนควบคุมการออกประกาศเกียรติคุณบัตร สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายตอบขอบใจหรืออนุโมทนา
            
ข้อ ๑๐.ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
                 
ประกาศ ณ วันที่ ๕ กันายนยน ๒๕๔๙

 

นายถวิล สมัครรัฐกิจ
(นายถวิล สมัครรัฐกิจ)
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ